หน้าแรก  |  ลักษณะสินค้า และบริการ  |  วิธีสั่งซื้อสินค้า/ชำระเงิน  |  ติดต่อเรา Contact me  |  สถานะสินค้า  

หน้าแรก
Gallery รวมภาพ
หมวดสินค้า
ซีรี่ย์เกาหลี
ซีรี่ย์จีน,หนังจีนกำลังภายใน
ซีรี่ย์ญี่ปุ่น
ละครไทย
ซีรีย์ไต้หวัน
ซีรี่ย์ตะวันตก
หนังเกาหลี
หนังจีน
หนังญี่ปุ่น
หนังตะวันตก
หนังอินเดีย
concert เพลงสากล
concert เพลงเกาหลี ญี่ปุ่น เอเชีย
สื่อความรู้สำหรับเด็กเล็ก
สารคดี สื่อความรู้ เสริมปัญญา
หนังDVD9 BOXSET
ซีรี่ย์การ์ตูน
การ์ตูนแผ่นเดียวจบ
รายการทีวี โชว์ ตลก ความบันเทิง
สื่อการเรียนการสอน
หนังผู้ใหญ่ Rate Restricted 18 up
concert เพลงสากล เอเชีย DVD9 BOXSET
การ์ตูนDVD9 BOXSET
ดาวน์โหลดปกหนังฟรี
50 อันดับหนังทำเงิน ปี 2007-2008
ซีรี่ย์อเมริกาฮิตที่สุด
หนังบู๊ แอคชั่น [Action]
หนังสงคราม ( WAR)
แนววิทยาศาสตร์ [ Sci-Fi ]
ตลก [Comedy]
ลึกลับ/สยองขวัญ
โรแมนติก/ดราม่า
ผจญภัย
แฟนตาซี
อาชญากรรม
หนังรางวัล

Online: 26 user(s)



หมวด หนังตะวันตก
26-06-2010 Views: 15073
Battle Of The Bulge รถถังประจัญบาน (ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์เรื่องแรกของโรงหนังสยาม)

รายละเอียด:

เสียงไทย อังกฤษ บรรยายไทย อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส

ผลงานกำกับโดย Ken Annakin จาก The Longest Day กำกับหนังที่ว่าด้วยหลังสัมพันธมิตรขึ้นบกที่ฝรั่งเศส ทหารสัมพันธมิตรคิดว่ากองทัพนาซีอ่อนล้าใกล้แพ้เต็มที แต่จู่ ๆ กองทัพรถถังเยอรมันที่ทรงพลานุภาพแข็งแกร่งเกินอาวุธรถถังสหรัฐทำอันตรายได้ ยาตราเข้าสนามรบ บดบี้ทำลายทัพรถถังสัมพันธมิตร และพลเดินเท้ามากมาย ชมฉากดวลปืนใหญ่รถถังที่สมจริงสมจังก็คุ้มแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าชิงออสก้า สาขา Best Documentary Feature - Laurence E. Mascott

ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ : Battle of the Bulge

ชื่อภาษาไทย : รถถังประจัญบาน

ผู้สร้าง : Sidney Harmon, Milton Sperling, Philip Yordan

ผู้กำกำกับ : Ken Annakin

ผู้เขียนบท : Bernard Gordon, John Melson, Milton Sperling, Philip Yordan

ผู้แสดง : Henry Fonda, Robert Shaw, Telly Savalas, Robert Ryan, Dana Andrews

หลังจาก การยกพลขึ้นบก ที่ ชายหาดนอร์มังดี ในวันที่ 6 มิถุนายน ปี 1944 (พ.ศ.2487) ดูเหมือนฝ่ายสัมพันธมิตรจะได้รับชัยชนะต่อฝ่ายเยอรมันเกือบตลอด (ยกเว้นยุทธการ Market Garden เพื่อยึดสะพานอาร์เฮมในฮอลแลนด์หรือที่สร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อว่า A Bridge too far ซึ่งจะนำมาเล่าในโอกาสต่อไป) ฝ่ายสัมพันธมิตรเริ่มตายใจว่าตนเองกำลังจะชนะสงครามโดยง่ายดาย และเหล่าทหารหาญกำลังจะได้กลับบ้าน แท้จริงแล้ว กองทัพเยอรมันกำลังเตรียมการรุกโต้กลับครั้งใหญ่ครั้งสุดท้าย โดยยอมลงทุนถึงขนาดถอนกำลังด้านรัสเซียมาหลายกองพลเพื่อการนี้ โดยเลือกโจมตีที่แนวป่าอาร์เดนส์ รอยต่อระหว่างประเทศฝรั่งเศสกับลักเซมเบอร์กและเบลเยี่ยม ในทำนองเดียวกับที่เคยใช้ในการบุกฝรั่งเศสในตอนต้นสงคราม ทางเยอรมันเรียกปฏิบัติการครั้งนี้ว่า Wacht am Rhein หรือการเฝ้าระวังแม่น้ำไรน์ เพื่อเป็นการลวงไม่ให้ทราบล่วงหน้าว่าเป็นการบุก ต่อมา ประวัติศาสตร์เรียกการรบครั้งนี้ว่า The Battle of the Bulge (16 December 1944 – 25 January 1945)

แผนที่การรบจริงของ Battle of the Bulge ในประวัติศาสตร์
สำหรับภาพยนตร์ที่สร้างจากเหตุการณ์ครั้งนี้ในชื่อ The Battle of the Bulge ในปีค.ศ.1965 (พ.ศ.2508) ไม่ได้เน้นที่ความถูกต้องทางประวัติศาสตร์มากนัก แต่จับจุดเพียงแค่การรบกันระหว่างกองทัพรถถังสองฝ่าย คือ ฝ่ายเยอรมัน ซึ่งเป็นฝ่ายบุกและมีรถถังที่มีประสิทธิภาพดีกว่า แต่มีความเสียเปรียบทางด้านการสนับสนุนทางอากาศ และการขาดแคลนน้ำมัน และฝ่ายอเมริกันที่เป็นฝ่ายรับ จุดขายของหนังเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องของการที่นำรถถังจำนวนมากมาเข้าฉากได้เป็นจำนวนมากมาย แม้จะมีข้อด้อยอยู่บ้างตรงที่ไม่สามารถหารถถังที่ใช้จริงในสมัยนั้น หรือแม้แต่จะตบแต่งให้ดูเหมือน โดยต้องมา "ติ๊งต่าง" ว่า รถถัง M47 Patton เป็นรถถัง Tiger ของฝ่ายเยอรมัน และรถถัง M24 Chaffee เป็นรถถัง Sheman ของอเมริกัน ก็คงต้องเห็นใจฮอลลีวู้ดในยุคนั้นว่าทำได้แค่นี้ก็ดีแล้ว

ภาพหุ่นจำลองรถถัง King Tiger กำลังหลักของเยอรมันใน Battle of the Bulge

ภาพหุ่นจำลองรถถัง Sherman กำลังหลักของทบ.สหรัฐฯ ในยุคนั้น

เมื่อไปเน้นที่การรบของกองทัพรถถัง วีรบุรุษสงครามตัวจริงก็เลยไม่ได้ปรากฏชื่อในหนัง บุคคลแรกที่ควรกล่าวถึง ท่านแรก คือ นายพล McAuliffe รักษาการผู้บัญชาการกองพลพลร่มที่ 101 ซึ่งป้องกันเมือง Bastogne อยู่ ในหนังไม่ได้เอ่ยชื่อท่าน แต่พูดถึงเหตุการณ์ที่ฝ่ายเยอรมันพยายามส่งสาส์นมาบอกให้ท่านยอมแพ้ คำตอบของท่านมีเพียงคำเดียวสั้นๆ ว่า NUTS! ซึ่งในบทภาษาไทยใช้ว่า "บ้า" จริงๆ จะมีความหมายอะไรอย่างอื่นหรือไม่วานผู้ที่ภาษาอังกฤษแข็งแรงกว่าผมช่วยบอกด้วย หรือถ้าเกิดเป็นคำหยาบคายอะไรขึ้นมา ก็ขออภัยด้วย แต่คำตอบของท่านนายพลนี้ ก็เป็นทำนองว่าไม่ยอมนั่นเอง (27 พ.ค. 2550 ลองไปค้นในวิกิพีเดีย เขาให้ความหมายคำนี้ไว้ว่า "British and American slang for insane" -  วีรบุรุษอีกท่านที่พอเอ่ยถึงหลายท่านคงร้องอ๋อ! คือ นายพล จอร์จ แพตตัน นั่นเอง ซึ่งเป็นผู้นำกำลังกองทัพที่ 3 จากทางใต้ตีตลุยขึ้นมาช่วยรบชนิดที่ไม่เป็นอันหลับอันนอนเลย

เยอรมันบุก!

แม้หนังเรื่องนี้จะอ่อนเรื่องประวัติศาสตร์ที่คลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริงดังที่กล่าว แต่ "จุดแข็ง" ของหนังเรื่องนี้นอกเหนือจาก "จุดขาย" ในการนำกองทัพรถถังมายิงกันเล่นอย่างมโหฬารแล้ว คือ การชี้ประเด็นเรื่องข่าวกรอง หรือ ข้อมูลสารสนเทศ ในการรบ ซึ่งเรื่องบางอย่างดูเหมือนไม่สำคัญ แต่หากตึความให้ดีๆ จะเห็นข้อมูลที่อยู่เบื้องหลัง ได้แก่

  • ตอนเริ่มเรื่องที่พระเอก คือ คายลี่ (แสดงโดย เฮนรี่ ฟอนด้า) นำเครื่องบินลาดตระเวนถ่ายภาพนายทหารเยอรมันได้ ซึ่งต่อมาทราบว่า คือ ผู้การเฮสเลอร์ (แสดงโดย โรเบิร์ต ชอว์) ซึ่งต่อมาจะเป็นผู้นำกองทัพรถถังเยอรมันมาเปิดศึกครั้งนี้ 



    ผู้การเฮสเลอร์ขณะชมหุ่นจำลองอาวุธใหม่ๆ ของเยอรมัน
     
  • เมื่อคายลี่กลับมากองบัญชาการก็เกิดการโต้เถียงกับผู้บังคับบัญชาในเรื่องการตีความข่าวที่ว่า ทางเยอรมันกำลังระดมทหารที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ ซึ่งคนอื่นไม่เห็นความสำคัญอะไร แต่คายลี่คาดการว่า เป็นการเตรียมตัวเพื่อปลอมเป็นทหารอเมริกันมาก่อกวนในแนวหลัง 



    ทหารเยอรมันในชุดทหารอเมริกันเตรียมส่งไปก่อกวนแนวหลัง
     
  • เมื่อมีการออกลาดตระเวณหาข่าวเพิ่มเติม ทหารที่จับได้ล้วนเป็นเด็กหนุ่มอายุน้อย ซึ่งทางผู้บัญชาการเห็นว่าเยอรมันไม่มีศักยภาพที่จะบุกแล้ว แต่คายลี่เห็นว่าอาจเป็นการลวง และมีข้อสังเกตด้วยว่าทหารเหล่านี้มีสายยางติดตัวอยู่ด้วย 



    คายลี่นำเชลยมาให้ผบ.ตรวจสอบ สายยางที่เอวทหารคนที่สามจากซ้ายเป็นของที่ยึดได้จากเชลยศึกเยอรมัน
     
  • เมื่อเยอรมันเริ่มบุก คายลี่ได้แอบมาหาข่าวที่สะพานข้ามแม่น้ำ และลองยิงปืนไปที่รถขนน้ำมันของฝ่ายเยอรมัน ปรากฏว่าถังน้ำมันที่หล่นลงไปในแม่น้ำนั้นลอยน้ำได้ แสดงว่าถังว่างเปล่า ภายหลังเมื่อคายลี่กับผู้บัญชาการเห็นทหารรถถังอเมริกันคนหนึ่งใช้สายยางเติมน้ำมันจากถังไปยังรถถัง จึงตีความเรื่องสายยางของเชลยเยอรมันและเรื่องถังน้ำมันนี้ได้ว่า เยอรมันขาดแคลนน้ำมัน ในที่สุดจึงสามารถคำนวณเวลาในการนำทัพรถถังอเมริกันมารบล่อหลอกให้ฝ่ายเยอรมันสูญเสียน้ำมันจนหมดสิ้น 



    เทลลี่ ซาวาลาส ในบท จ่ากัฟฟี่ ขณะเตรียมใช้สายยางถ่ายน้ำมัน
     
  • ในระหว่างการรบที่เมืองเอ็มเบลฟ ผู้พันเฮสเลอร์นำขนมเค้กช็อคโกแลตที่ยึดได้จากเชลยอเมริกันมาให้ผู้บัญชาการของตนดู เพื่อแสดงให้เห็นว่าฝ่ายอเมริกันยังมีเชื้อเพลิงเหลือเฟือพอที่จะนำขนมเค้กจากบอสตันมาบำรุงขวัญทหารได้ การตีเมืองเอ็มเบลฟจึงมีความจำเป็นในแง่การทำลายขวัญทหารอเมริกัน

 การใช้และตีความข้อมูลเหล่านี้ เรียกแบบพิชัยสงครามจีนก็ต้องว่ารบแบบรู้เขารู้เรา ดูไปดูมา รู้สึกว่าหนังเรื่องนี้จะมีประโยชน์กับทุกศาสตร์ที่ต้องอาศัยการตีความข้อมูลเลยนะครับ

ฉากกองทัพรถถังรบกันในตอนท้ายๆ

 


หมวด หนังตะวันตก Page: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37


หน้าแรก | ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ เว็บศูนย์รวมหนังต่างประเทศ สาระบันเทิง | ลักษณะสินค้า และบริการ | วิธีสั่งซื้อสินค้า/ชำระเงิน | ติดต่อเรา Contact me | สถานะสินค้า
Copyright©2014 copdvd.com