คลิกเมาส์ในช่องว่างในกรอบสีขาวด้านบนจนมี เคอร์เซอร์ กระพริบ |
- พิมพ์ชื่อหนังที่ต้องการค้น สั้นๆ ในช่องตามข้อ 1 เช่น หนังเรื่อง Pirates of the Caribbean: At World's End (3) 2007 ก็พิมพ์เพียง Pirates ก็พอ มิฉะนั้นรายการที่ถูกค้นออกมาจะมีมากเกินไป เนื่องจาก มีคำอื่นปนอยู่จำนวนมาก เช่น of หรือ the ที่มีในหนังเรื่องใด ก็จะถูกค้นออกมาด้วย เพราะฉะนั้นท่านลองดูว่า หนังเรื่องที่ท่านจะค้นหามีคำเด่นๆไม่เหมือนกับหนังเรื่องอื่น เพื่อจำกัดการค้นหาให้แคบลง
- กด หรือคลิก ปุ่ม ค้นหา
- หรือ ท่านที่เน็ตช้า เลือกดู รายชื่อหนังทั้งหมดแบบข้อความ คลิกที่นี่
นานาทัศนะ10 อันดับซีรี่ย์เกาหลียอดฮิต
แฟนพันธ์แท้ซีรี่ย์เกาหลีท่านที่ 1 จัดอันดับไว้ดังนี้
1. My Girl เรื่องนี้ให้เป็นอันดับหนึ่ง เพราะว่าเป็นหนังเกาหลีเรื่องแรก ที่สามารถดูซ้ำอีกกี่รอบก็ไม่เบื่อ หนังดังไม่ใช่แค่พระเอกหล่อ นางเอกสวย หรือเพลงเพราะเท่านั้น เนื้อเรื่องของหนังตอนแรกเหมือนจะน้ำเน่าทีให้นางเอกมาปลอมตัวเป็นหลานสาวที่หายไป แต่การดำเนินเรื่องต่างหากที่ทำให้เรื่องนี้สนุกสนาน ทั้งมุขตลกที่ไม่เหมือนใคร แล้วก็ฉากสวีทกุ๊กกิ๊ก ที่นำเสนอได้น่ารัก และขำไปพร้อมๆกัน จุดเด่นอีกอย่างก็คือ เสื่อผ้าทั้งนักแสดงชายหญิง สวยตลอดทั้งเรื่อง
2. Autumn in My Heart ถ้าาจะเริ่มดูซีรีย์เกาหลี ต้องเริ่มด้วยเรื่องนี้เลย เพราะเป็นเรื่องแรกๆที่คนไทยได้รู้จักละครเกาหลี และยังเป็นต้นแบบแพทเทินกฏเหล็กของละครเกาหลี อาทิเช่น พระรองหล่อกว่าพระเอก น่างเอกเป็นโรคร้ายยอดฮิต ..โรคมะเร็งในเม็ดเลือดขาวอะไรประมาณนี้ มีการสลับตัวพี่น้องตอนเด็กๆ เพลงประกอบสุดยอดเพราะคลาสสิค และที่สำคัญมันช่างเป็นละครที่หักหาญน้ำใจคนดูเหลือเกิน ก็ตอนจบตายทั้งพระเอก นางเอก สมัยนั้น (เรื่องนี้เกือบ 10 ปีแล้วมั้ง) คนไทยยังเคยชินกับตอนจบที่แฮปปี้เอนดิ้ง ไม่ว่าพระเอกจะเป็นคู่กัดกะนางเอกแค่ไหน หรือมีอุปสรรคยากเย็นเพียงไร เราก็มักจะเห็นตอนจบอย่างสวยงานอยู่ดี แต่ Autumn in My Heart หนังรักสุดรันทด อุปสรรคช่างมากมาย ไม่มีใครเห็นด้วยใรความรักของทั้งสอง แถมยังมีโรคร้ายมารุมเร้า สุดท้ายก็ตายหมดทั้งพระเอก นางเอก นั่งดูทั้งน้ำตา ถึงจะไม่ได้จบอย่างที่คิด แต่ก็เป็นเรื่องที่คลาสสิค และคู่ควรซื้อเก็บไว้เป็นคอลเลคชั่น "หนังรักสี่ฤดู"
3. Winter Love Song นี่เป็นหนังรักฤดูที 2 หากคุณประทับใจกับความรักใน Autumn in My Heart ก็ไม่ควรพลาดเรื่องนี้ เพราะเนื้องเรื่องเข้มข้นกว่า นักแสดงจัดว่าหัวกะทิทั้งนั้น เนื่องเรื่องออกแนวชิวิตรักรันทดเช่นเดิม จะรักกันก็ต้องมีอุปสรรค เรื่องนี้จบแบบมีความสุขแต่สุขไม่เสร็จ เพราะถึงพระเอกนางเอกจะได้เจอกันตอนสุดท้าย และคงได้อยู่ด้วยกัน แต่พระเอกก็ถูกโรคร้ายรุมเร้า (อีกละ) ทำให้ตาบอด เรื่องนี้ดังเปรี้ยงปร้างไปทั่วเอเชีย ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวเกาหลีก็ว่าได้ ทุกทัวร์เกาหลีจะต้องพาไปเกาะนามิ ซึ่งเป็นพระเอกนางเอกไปเดทด้วยกันเป็นครั้งแรก และมีจุ๊บกันครั้งแรกด้วย สร้างชื่อให้เกาหลีขนาดนี้จะไม่ติดอันดับได้ยังไง
4. Coffee Prince เรื่องนี้ใหม่ล่า มาแรง... ด้วยเนื่อเรื่องแปลกแหวกแนว ให้พระเอกมีใจชอบเพศเดียวกัน (ซึ่งจริงๆ เป็นนางเอกปลอมตัวมา) ตัวประกอบเป็นชายหนุ่มอีก 4-5 คน ใช้ร้านกาแฟเป็นจุดกำเนิดเรื่องราวสนุกๆมากมาย แค่เนื้อเรื่องก็สนุกแล้ว ตัวแสดงก็แสดงได้ดีทีเดียว ยุนอึนเฮ จาก Princess Hours ต้องเสดงเป็นทอม แสดงได้ดีจนทำให้เราแทบนึกภาพตอนเป็นสาวสวยไม่ออก ส่วนพระเอก กงยู ก็แสดงได้เยี่ยมเหมือนกันจนทำให้สาวๆ ในเกาหลี (รวมทั้งในไทย..โดยเฉพาะออฟฟิศเรา) คลั่งไปตามๆกัน แต่น่าเสียดายที่จะไม่ได้ชมผลงานเค้าไปอีก 2 ปี เพราะไปเกณฑ์ทหารซะละ มีคู่พระนาง ก็ต้องมีคู่รอง ซึ่งเรื่องนี้มีแหกกฎละครเกาหลีด้วย กฏที่ว่าพระรองมักละหล่อกว่าพระเอกไง เรื่องนี้พระรองหล่อน้อยกว่าพระเอกหลายขุมอีกเหตุผลที่ควรดูเรื่องนี้เพราะว่า มีฉากกุ๊กกิ๊กๆ เยอะดี
5. Goong/ Princess Hours ฉากอลังการ ชุดสวย เพลงเพราะ พระเอกหล่อ นางเอกสวย จบแบบแฮปปี้... ตอบหมดทุกคำถาม แล้วอย่างนี้ไม่ควรดูได้ไง
6. Full House เรื่องนี้คงไม่ต้องสาธยายอะไรมาก คนไทยรู้จักกันดี เรื่องนี้ถือว่าปลุกกระแสหนังเกาหลีในไทยเป็นยุคที่ 2 ก็ว่าได้ (ยุคแรก ยกให้ Autumn in My Heart)
7. My Lovely Kim Sum Soon ตอนแรกที่รู้จักเรื่องนี้ ไม่ค่อยอยากดู ก็นางเอกไรฟะ อ้วนชิบเป๋งเลย ไม่เห็นจะสวย แต่ได้ยินว่าละครเรื่องนี้มีรางวัลละครยอดเยี่ยมปี 2005 การันตี ก็เลยลองดู ถึงนางเอกไม่สวย แต่ได้พระเอกช่วยไว้ แสดงโดย ฮยอนบิน หล่อมาก.. ชอบเรื่องนี้ตรงที่เนื้อเรื่องดีมากๆ ถึงนางเอกจะอ้วน ซกมก แต่ก็มีจิตใจดี มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นเชฟเบเกอรี่ให้ได้ ส่วนพระเอกถึงจะขี้เก็กในเรื่อง แต่สุดท้ายก็ต้องยอมนางเอก
คนส่วนใหญ่ที่ดูเรื่องนี้จะชอบ Daniel Henry ดาราลูกครึ่งเกาหลี-อเมริกัน แต่เราเฉยๆ เพราะชอบพระเอกลูกครึ่งในเรื่องอันดับที่ 10 มากกว่า
8. I'm Sorry, I Love You เรื่องนี้ได้รับรางวัลละครยอดเยี่ยมปี 2004 คอหนังเกาหลีต้องไม่พลาดเรื่องนี้ เพราะมีฉากเด็ดๆ ที่กลายเป็นฉากคลาสสิคที่คนมักจะนึกถึง และถูกล้อเลียนโดยหนังบางเรื่อง เรื่องนี้ออกแนวดรามา ชีวิตรันทดอีกละ พระเอกออกจะเอ๋อๆ เพราะสมองโดนกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุ ตามหาแม่ที่ทิ้งไปตั้งแต่เด็ก และหวังจะแก้แค้นเม่ตัวเองด้วยความแค้น ถึงเนื้อเรื่องจะเครียด แต่ได้นางเอกหน้าตาบ๊องแบ๊ว (อิมซูจุง นางเอก I'm cyborg ที่เล่นกะเรน) มาช่วยทำให้เนื่องเรื่องเครียดๆดูเบาลง ส่วนพระเอกก็ โซจีซบ ติดอันดับท๊อป 10 ดาราชายเกาหลีเชียวน๊า
ตอนจบเรื่องนี้ตายทั้งพระเอก นางเอก แต่เป็นการตายที่ไม่ได้เศร้าหดหู่แบบน้ำตาไหลพราก แต่เราว่าเป็นการตายตอนจบที่สวยงามที่สุดจนต้องยิ้มแทนที่จะร้องไห้
9. Spring Waltz หนังรักฤดูสุดท้าย เคยฉายทาง TITV เรตติ้งก็ไม่ได้ดีมากมาย รวมถึงในเกาหลีด้วย แต่ด้วยองค์ประกอบหลายๆอย่างของละครที่ทำได้อย่างลงตัว เราให้มาอยู่อันดับที่ 9 (เกือบไม่ติด 1 ใน 10 ซะแล้ว) จุดเด่นของหนังรัก 4 ฤดูทุกเรื่องคือ โลเกชั่นสวย Spring Waltz เราให้ 5 ดาวเลยสำหรับโลเกชั่น มีไปถ่ายที่ออสเตรียด้วย ฉากหมู่บ้านเล็กๆ ติดทะเลสาปในฤดูหนาวมีหิมะปกคลุมทั้งหมู่บ้าน สวยมากกกก... (สงกรานต์นี่เราจะไปเที่ยวหล่ะ โดยมีเรื่องนี้เป็นแรงบันดาลใจ..) พระเอก นางเอก เรียกได้ว่าเป็นดาราหน้าใหม่ แต่ฝีมือการแสดงเราว่าโอเคเลย พระเอกต้องแสดงอารมณ์เยอะมาก โดยเฉพาะฉากร้องไห้ เป็นผู้ชายที่ร้องไห้ได้จริงใจที่สุด นอกจากโลเกชั่นให้ 5 ดาวแล้ว คอสตูมเราก็ให้ 5 ดาว ดูละครเรื่องนี้แล้วสังเกตุดีๆ นักแสดงหลัก 4 คน (พระเอก นางเอก พระรอง นางรอง) ใส่เสื้อผ้าโทนสีเขียวตลอดทั้งเรื่อง จะได้เข้ากับฤดู Spring ไง ..อ๊ะ..เกือบลืมบอกไป พระรองแสดงโดย Daniel Henry พระรองจาก คิมซัมซุนนั่นไง
10. Sweet Spy เกือบจะไม่ได้ติดอันดับ 10 ซะแล้วหากเราไม่ได้มีใจให้พระเอกเป็นการส่วนตัว เนื้อเรื่องก็ขำๆ ขำแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะเนื้อเรื่องไม่ค่อยแน่นเท่าไร ดูเอาขำ ได้พระเอกลูกครึ่งดาราหน้าใหม่ Dennis O มาช่วยให้ละครมีคนดู นางเอกชื่อ Nam Sang Mi (ที่มาเมืองไทยถ่ายละครกะ ลีจุนกิ) ตัวจริงก็คงสวยดีหรอกมีดีกรีเป็นถึง Miss Korea แต่เรื่องนี้เล่นเป็นตำรวจ ดูอ้วนๆ ไม่ค่อยสวย แถมไม่ค่อยคู่ควรกะพระเอกลูกครึ่งเท่าไร เรื่องนี้พระเอกพูดเกาหลีไม่ได้ ใช้พูดภาษาอังกฤษ แล้วมีซับเกาหลี ส่วนเราก็ดูซับไทยทับเกาหลีอีกที เรื่องนี้แมงป่องซื้อลิขสิทธิ์มาแล้ว แต่พากษ์ไทยทับเสียงพระเอกเลย ดูแล้วจะไม่ได้อรรถรสที่ถูกต้อง เพราะในเรื่องพระเอกพูดอังกฤษ นางเอกพูดเกาหลีและไม่ค่อยเข้าใจภาษาอังกฤษอีกต่างหาก แต่ก็คุยกันรู้เรื่อง แถมรักกันได้อีกต่างหาก จะดูให้สนุกต้องหาต้นฉบับเสียงเกาหลี ซับไทยมาดู
อันดับหนังทำเงินปี 2007 ของญี่ปุ่น อันดับเฉพาะหนังญี่ปุ่นเองแล้ว 10 อันดับแรกของปี มีดังนี้
1. HERO the movie (Toho) 8.1 พันล้านเยน
2. POKEMON DIAMOND & PEARL DIALGA VS PALKIA VS DARKRAI (Toho + TV Tokyo) 5.02 พันล้านเยน
3. SAIYUKI ไซอิ๋วฉบับหนังใหญ่ (สร้างจากหนังชุดปี 2006) Fuji TV + Toho 4.5 พันล้านเยน
4. ALWAYS ZOKU SAN-CHOME NO YUKI หรือ Always: Sunset on the 3rd Street ภาค 2 (Toho) 4.5 พันล้านเยน
5. BUSHI NO ICHIBUN หรือ Love and Honor เกียรติยศรักคมดาบ (Shochiku) 4.02 พันล้านเยน
6. KOIZORA หรือ Sky of Love ที่กำลังจะเข้าฉายบ้านเรา (Toho) 3.8 พันล้านเยน
7. DORAEMON: NOBITA'S GREAT ADVENTURE INTO THE UNDERWORLD โดราเอมอน หนังใหญ่ของปี 2007 ศึก 7 พ่อมด (Toho + TV) Asahi 3.54 พันล้านเยน
8. DORORO ดาบล่าพญามาร (Toho) 3.45 พันล้านเยน
9. UNFAIR the movie Toho 2.72 พันล้านเยน
10. DETECTIVE CONAN: JOLLY ROGER IN THE DEEP AZURE ยอดนักสืบโคนัน ปี 11 ปริศนามหาขุมทรัพย์โจรสลัด (Toho + NTV) 2.53 พันล้านเยน
ถึงแม้ Hero ซึ่งเป็นหนังญี่ปุ่นที่ทำเงินสูงสุด จะสามารถทำรายได้มากว่า Tales from the Earthsea อนิเมชั่นจากค่ายจิบริ แชมป์ปี 2006 ที่ทำไว้ 7.65 พันล้านเยน ก็ตาม แต่เมื่อดูโดยรวมแล้ว ปี 2006 กลับมีภาพรวมของหนังญี่ปุ่นดีกว่า เพราะปี 2006 มีหนังญี่ปุ่นที่ทำเงินเกินกว่า 5 พันล้านเยน ถึง 6 เรื่อง (โดย 5 เรื่องนั้นติด 1 ใน 10 หนังทำเงิน) ต่างจากปี 2007 ที่ผ่านมา ที่มีเพียง Hero และ Pokemon เท่านั้นที่ทำเงินเกิน 5 พันล้านเยน แต่ก็ยังมีหนังญี่ปุ่น 5 เรื่องที่ติดท็อปเท็นเช่นเดิม นั่นคือ Hero, Pokemon, Always2, Saiyuki และ Sky of Love สำหรับ Hero นั้น ซึ่งทำเงินไปแล้ว 8.1 พันล้านเยน หนังยังไม่ถูกถอดจากโปรแกรม ทำให้ยังมีโอกาสทำรายได้แซงหน้า The Silk Road (หนังปี 88 ที่ทำรายได้ 8.18 พันล้านเยน) ขึ้นไปติด 1 ใน 10 หนังญี่ปุ่นที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาลได้อยู่
10 อันดับหนังญี่ปุ่นที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาลมีดังนี้
1. Spirited Away (SEN TO CHIHIRO NO KAMIKAKUSHI) Toho 2001 ทำได้ 30.4 พันล้านเยน
2. Howls' The Moving Castle (HOWLS NO UGOKU SHIRO) Toho 2004 ทำได้ 20 พันล้านเยน
3. Princess Mononoke(MONONOKE HIME) Toho 1997 ทำได้ 19.4 พันล้านเยน
4. Bayside Shakedown 2(ODORU DAISOSASEN THE MOVIE 2) Toho 2003 ทำได้ 17.3 พันล้านเยน
5. NANKYOKU MONOGATARI(South Pole Story) Herald + Toho 1983 ทำไว้ 11.1 พันล้านเยน
6. Bayside Shakedown(ODORU DAISOSASEN THE MOVIE) Toho 1998 ทำได้ 10.1 พันล้านเยน
7. Milo & Otis (KONEKO MONOGATARI) Toho 1986 ทำไว้ที่ 9.81 พันล้านเยน
8. TEN TO CHI TO(Heaven & Earth) Toho 1990 ทำเอาไว้ 9.36 พันล้าน
9. Crying Out Love จะกู่ร้องบอกรักให้ก้องโลก(SEKAI NO CHUSHIN DE, AI O SAKEBU) Toho 2004 ทำได้ 8.5 พันล้านเยน
10. TON KO (The Silk Road) Toho 1988 ทำไว้ 8.18พันล้านเยน
เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2007 ที่ญี่ปุ่นได้ประกาศผลรางวัล Japan Academy Awards ครั้งที่ 31 อีกด้วย ซึ่งรายชื่อผู้เข้าชิงในสาขาต่างๆ นั้น มีอยู่ข้างล่างแล้ว โดยปีนี้หนังที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงมากที่สุดก็คือ Tokyo Tower (หนังดราม่าที่สร้างจากซีรี่ส์ฮิตปี 2006) ที่ได้ชิงทุกสาขาถึง 14 รางวัล รองลงมาเป็น Always 2 ซึ่งก็ยังทำได้ดีไม่แพ้ภาคแรก ที่เป็นแชมป์รางวัลเมื่อ 2 ปีที่แล้ว โดยปีนี้ Always 2 เข้าชิงถึง 13 รางวัล อันดับ 3 เป็นเรื่อง I just didn't do it (Soredemo Boku wa Yattenai)หนังล่าสุดของผู้กำกับ Shall we dance? ที่ได้เข้าชิง 11 สาขา โดยทั้ง 3 เรื่องนี้ ได้เข้าชิงในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ร่วมกับอีก 2 เรื่องคือ Kisaragi หนังแนวลึกลับคอมเมอดี้ เกี่ยวกับการฆาตกรรมไอดอลสาวนาม คิซารากิ และ Bizan หนังดราม่าน่าดูอีกเรื่อง เรื่องราวของซากิโกะ ที่เดินทางกลับไปเยี่ยมแม่ที่ป่วยหนัก แล้วพบความจริงว่าพ่อที่เธอคิดว่าตายไปนานแล้ว ยังมีชีวิตอยู่
Best Picture
Always: Zoku Sanchome no Yuhi
Kisaragi
Soredemo Boku wa Yattenai
Tokyo Tower ~Okan to Boku to, Tokidoki, Oton~
Bizan
Best Animation
Evangelion: 1.0 You Are (Not) Alone
Summer Days with Coo
Tekkon Kinkreet
Piano no Mori
Detective Conan: Jolly Roger in the Deep Azure
Best Director
Isshin Inudo (Bizan)
Yuichi Sato (Kisaragi)
Masayuki Suo (Soredemo Boku wa Yattenai)
Joji Matsuoka (Tokyo Tower ~Okan to Boku to, Tokidoki, Oton~)
Takashi Yamazaki (Always: Zoku Sanchome no Yuhi)
Best Screenplay
Kankuro Kudo (Maiko Haaaan!!!)
Ryota Kosawa (Kisaragi)
Masayuki Suo (Soredemo Boku wa Yattenai)
Suzuki Matsuo (Tokyo Tower ~Okan to Boku to, Tokidoki, Oton~)
Takashi Yamazaki / Ryota Kosawa (Always: Zoku Sanchome no Yuhi)
Best Actor
Sadao Abe (Maiko Haaaan!!!)
Joe Odagiri (Tokyo Tower ~Okan to Boku to, Tokidoki, Oton~)
Ryo Kase (Soredemo Boku wa Yattenai)
Koji Yakusho (Zou no Senaka)
Hidetaka Yoshioka (Always: Zoku Sanchome no Yuhi)
Best Actress
Kirin Kiki (Tokyo Tower ~Okan to Boku to, Tokidoki, Oton~)
Shinobu Terajima (Ai no Rukeichi)
Miki Nakatani (Jigyaku no Uta)
Yukie Nakama (Ooku)
Rie Miyazawa (The Invitation from Cinema Orion)
Best Supporting Actor
Akira Emoto (Yajikita Dochuu Teresuko)
Teruyuki Kagawa (Kisaragi)
Kaoru Kobayashi (Tokyo Tower ~Okan to Boku to, Tokidoki, Oton~)
Shinichi Tsutsumi (Always: Zoku Sanchome no Yuhi)
Shinichi Tsutsumi (Maiko Haaaan!!!)
Best Supporting Actress
Maki Horikita (Always: Zoku Sanchome no Yuhi)
Takako Matsu (Tokyo Tower ~Okan to Boku to, Tokidoki, Oton~)
Nobuko Miyamoto (Bizan)
Masako Motai (Soredemo Boku wa Yattenai)
Hiroko Yakushimaru (Always: Zoku Sanchome no Yuhi)
Best Music
Tadashi Ueda (Tokyo Tower ~Okan to Boku to, Tokidoki, Oton~)
Michiru Oshima (Bizan)
Naoki Sato (Always: Zoku Sanchome no Yuhi)
Ringo Shiina (Sakuran)
Yoshikazu Suo (Soredemo Boku wa Yattenai)
Best Cinematography
Norimichi Kasamatsu (Tokyo Tower ~Okan to Boku to, Tokidoki, Oton~)
Naoki Kayano (Soredemo Boku wa Yattenai)
Daisaku Kimura (Tsukigami)
Kozo Shibazaki (Always: Zoku Sanchome no Yuhi)
Takahiro Tsutai (Bizan)
Best Lighting
Kenichi Mizuno (Tokyo Tower ~Okan to Boku to, Tokidoki, Oton~)
Tatsuya Osada (Soredemo Boku wa Yattenai)
Takashi Sugimoto (Tsukigami)
Kenichi Mizuno (Always: Zoku Sanchome no Yuhi)
Yoshitake Hikita (Bizan)
Best Art Direction
Namiko Iwaki (Sakuran)
Anri Jojo (Always: Zoku Sanchome no Yuhi)
Mitsuo Harada (Tokyo Tower ~Okan to Boku to, Tokidoki, Oton~)
Kyoko Heya (Soredemo Boku wa Yattenai)
Takashi Yoshida (Ooku)
Best Sound
Shigeru Abe / Hiromichi Kori / Kiyoshi Yoneyama (Soredemo Boku wa Yattenai)
Kiyoshi Kakizawa (Tokyo Tower ~Okan to Boku to, Tokidoki, Oton~)
Junichi Shima (Bizan)
Hitoshi Tsurumaki (Always: Zoku Sanchome no Yuhi)
Nobuhiko Matsukage (Tsukigami)
Best Editing
Soichi Ueno (Bizan)
Junichi Kikuchi (Soredemo Boku wa Yattenai)
Seigo Hirasawa (Maiko Haaaan!!!)
Shinichi Fujima (Tokyo Tower ~Okan to Boku to, Tokidoki, Oton~)
Ryuji Miyajima (Always: Zoku Sanchome no Yuhi)
Best Foreign Film
Letters from Iwo Jima
Dreamgirls
Babel
Hairspray
The Bourne Ultimatum
Best Newcomer
Eiji Wentz (Gegege no Kitaro)
Kento Hayashi (Battery)
Haruma Miura (Koizora)
Yui Aragaki (Koizora)
Yayako Uchida (Tokyo Tower ~Okan to Boku to, Tokidoki, Oton~)
Kaho (Tennen Kokekko)
Kie Kitano (Kofuku na Shokutaku)